::: ขอเรียนเชิญท่านทานบดีผู้ใจบุญใจกุศลร่วมบริจาคปัจจัยตามแต่จะศรัทธาร่วมกิจกรรมกับทางวัดรัตนาราม(วัดต้นแก้ว) คือ 1.เป็นเจ้าภาพซื้อที่ดินเพื่อขยายอาณาเขตของวัดเพื่อให้เพียงพอต่อการปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนา 2. เป็นเจ้าภาพหล่อรูปเหมือนของท่านอดีตเจ้าอาวาส พระครูปัญญาวชิรธรรม ติดต่อได้ที่ พระอธิการคะนอง ภทฺทวโร เจ้าอาวาส โทร. 053-297-071, 081-796-6669, 081-235-6970
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัดรัตนาราม(วัดต้นแก้ว) แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัดรัตนาราม(วัดต้นแก้ว) แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554

สุภาษิต-คำพังเพยล้านนาไทย ตอน ๒

สุภาษิต-คำพังเพยล้านนาไทย ตอน ๒

๑.กล้าล้ำจ้างต๋าย อายล้ำจ้างต้าว
( กล้านักมักตาย อายนักมักล้ม)

๒.กินหื้อปอต้อง  หย้องหื้อปอตั๋ว
(กินให้พอท้อง แต่งให้พอตัว)

๓.กินนักหื้อเต้าป๋ายก้อย กิ๋นน้อยหื้อเต้าหัวแม่มือ
(กินมากให้เท่านิ้วก้อย กินน้อยให้เท่าหัวแม่มือ)

๔.เก็บผักหื้อเอาตึงเคือ เก็บมะเขือหื้อเอาตึงขวั้น
(เก็บผักให้เอาทั้งเครือ เก็บมะเขือให้เอาทั้งขั้ว)

๕.แก่นต๋าตั๋วควักออก เอามะกอกเข้ายัด
(ลูกตาตนควักออก เอามะกอกใส่แทน)

๖.ของกิ๋นลำอยู่ที่คนมัก ความฮักอยู่ตี้ความเปิงใจ๋
(ของอร่อยอยู่ที่ผู้ชอบ ความรักอยู่ที่ผู้พอใจ)

๗.ขี้โลภปันเสีย ขี้เหลือปันได้
(คนขี้โลภมักเสีย คนเอื้อเฟื้อมักได้)

๘.คนง่าวผ่าไม้ตางต๋า คนมีผะญ๋าผ่าไม้โล่งป้อง
(คนโง่ผ่าไม้ทางข้อตา คนมีปัญญาผ่าไม้ตามยาว)

๙.คนหล๊วกก๊าไก้ คนใบ้ก๊าไก๋
(คนฉลาดค้าขายใกล้ คนฉลาดค้าขายไกล)

๑๐.จะนั่งหื้อผ่อตี้ จะหนีหื้อผ่อก้น
(ก่อนจะนั่งให้ดูที่ ก่อนจะลุกหนีให้ดูก้น)

๑๑.ดอกกำลังจี๋ อย่าไปตี๋ให้มันบาน
(ดอกไม่ทันแย้ม อย่าคลี่ให้บาน)

๑๒.ตกต่าเปิ้นดีไคร่หัว ตกต่าตัวเป๋นดีไคร่ไห้
(ถึงทีเขาอยากหัวเราะ ถึงทีตัวเองอยากร้องไห้)

๑๓.ตุ๊กอย่าไปหนี มีอย่าไปอวด
(เมื่อมีความทุกข์อย่าหนี เมื่อมั่งมีอย่าอวด)

๑๔.แป๋งผิดไปถึงลูก แป๋งถูกไปถึงหลาน
(ทำผิดติดไปถึงลูก ทำถูกต้องสนองถึงหลาน)

๑๕.ไปเมืองบนหันคนขี่จ้าง ไปเมืองเมืองล่างหันจ้างขี่คน
(ไปเมืองบนเห็นคนขี่ช้าง ไปเมืองล่างเห็นช้างขี่คน)

๑๖.พริกมีบ้านเหนือ เกลื๋อมีบ้านใต้
(พริกมีบ้านเหนือ เกลือมีบ้านใต้)

๑๗.มารบ่มี บารมีบ่แก่
(ถ้าปราศจากมาร บารมีก็ไม่แก่กล้า)

๑๘.เยี้ยะก๋านเมื่อตอน ดีกว่านอนวันค่ำ
(ทำงานเวลาเที่ยงวัน ดีกว่าเลี่ยงไปนอนทั้งวัน)

๑๙.หมาหลวง ก๊านหมาหลาย
(หมาตัวใหญ่ตัวเดียว แพ้หมาตัวเล็กหลายตัว)

สุภาษิตคำพังเพย ของล้านนาไทย ข้อ ๑๙ ถึง ข้อ ๒๘

             สุภาษิตคำพังเพย ของล้านนาไทย  ข้อ ๑๙ ถึง ข้อ ๒๘

๑๙.เยี้ยะก๋านอย่าไปเยี๊ยะเอ็นยาน จะบ่ตันกินเปิ้น.

ความหมาย เวลาทำงานอย่าเฉื่อยชา ขี้เกียจจะไม่ทันเพื่อนเขา ในเมื่อ

คนเราทำงาน เราต้องขยันด้วย จึงจะทัน

เขา.


๒๐. ดำน้ำหื้อถึงทราย นอนหงายหื้อหันฟ้า.

ความหมาย ทำอะไรให้ทำจริงๆ ดำน้ำก็ให้ดำถึงทราย นอนหงายก็ให้

เห็นท้องฟ้า อย่าตะแคงจะมองไม่เห็นตามที่

เราต้องการ.


๒๑. ใคร่หล๊วกหื้ออยู่ใกล้นักปราชญ์.

ความหมาย อยากมีความรู้ ให้อยู่ใกล้กับผู้มีความรู้ หรือนักปราชญ์.


๒๒. ใคร่เป๋นเจ้าหื้อหมั่นเฮียนกุน ใคร่เป๋นขุนหื้อหมั่นเฝ้าเจ้า.

ความหมาย อยากเป็นเจ้าเป็นนายใหมั่นเล่าเรียนหาความรู้ใส่ตัว อยาก

เป็นขุนนางให้หมั่นใกล้ชิดเจ้านาย.


๒๓. ใคร่เป๋นเศรษฐีหื้อหมั่นก๊า ใคร่เป๋นขี้ข้าหื้อหมันเล่นพ้ายหลังหลาย.

ความหมาย อยากเป็นเศรษฐีให้หมั่นไปค้าขาย อยากเป็นขี้ข้าให้หมั่น

เล่นการพนัน.


๒๔. จุ่งอดขันติหื้อแป๋งใจ๋ดี เหมือนน้ำตึงห้า.

ความหมาย ให้มีความอดทน ทำใจให้เยือกเย็น เหมือนแม่น้ำทั้งห้า

(คงคา,ยมุนา,สรภู, อจิรวดี.มหี).


๒๕.เกิดมาเป๋นคนเข้าห้วยใดก็หื้อมันสุด ขุดห้วยใดก็หื้อมันตึ๊ก.

ความหมาย เกิดเป็นคนต้องหมั่นมานะ อดทน พยายามทำทุกสิ่ง

ทุกอย่างจนสุดกำลังให้สำเร็จ เปรียบประดุจเข้า

ไปในห้วย ก็เข้าไปถึงที่สุด จะเข้าจุดสิ่งใดก็เข้าขุดให้มันถึงที่สุด.


๒๖. เปื้อนกอบหื้อเฮาก๋ำ เปื้อนก๋ำหื้อเฮากอบ.

ความหมาย ให้สามัคคีกัน ทำอะไรต้องช่วยกัน ไม่ขัดกัน ต้องเคารพ

นับถือซึ่งกันและกัน.


๒๗. บุรุษจ้าดเจื้อ ลิ้นเดียวใจหล๋าย คำฟู่ของจาย เหมือนสายน้ำกว้าง.

ความหมาย ผู้ชายมีลิ้นเดียวแต่หลายใจ เชื่อถือไม่ได้ เปรียบประดุจสาย

น้ำที่กว้างใหญ่.


๒๘. ลูกผัวเป็นเจ้า นอนลูนลุกเจ๊า แต่งคาบข้าวงายตอน.

ความหมาย หญิงถือว่าผัวและลูกเป็นนาย ตนควรนอนทีหลัง และลุก

แต่เช้าเพื่อหาข้าวปลาไว้คอยท่า.


สุภาษิตคำพังเพย ของล้านนาไทย ข้อ ๑๑ ถึง ข้อ ๑๘

             สุภาษิตคำพังเพย ของล้านนาไทย  ข้อ ๑๑ ถึง ข้อ ๒๐

          ๑๑. บ่ดีเลี้ยงคนต่างด้าว บ่ดีเลี้ยงท้าวต่างแทน บ่ดีดูแคลนคนตกทุกข์.

  ความหมาย ไม่ควรไว้ใจคนที่เรายังไม่รู้จัก และอย่าดูถูกคนที่ทุกข์ยาก

  ไม่แน่ว่าต่อไปเขาอาจจะได้เป็นใหญ่.


๑๒. คนมาใหม่ อย่าได้ไจ๋ก๋าน ลูกเมียมาน อย่าได้ไปก้า

ความหมาย คนที่มาอยู่ใหม่ เรายังไม่รู้จักนิสัยใจคอ อย่าเพิ่งใช้งาน เมีย

กำลังท้องอย่าได้ไปค้าขาย เพราะไว้ใจใครไม่ได้ เหมือนกับตัวเราคอย

ดูแลเอง.


๑๓. แมวบ่ลี้บ่ได้กินหนู ป๋าเหยี่ยนอยู่ฮู ยังตายถูกส้อม.

ความหมาย แม้แมวจะจับหนู ก็ต้องแอบซ่อน มิเช่นนั้น จะไม่ได้กินหนู

แม้แต่ปลาไหลอยู่ในรู ก็ยังมิวายจะถูกแทงตาย ดังคำที่ว่า “อย่าได้

ประมาท”.


๑๔. เสียเงินเสียคำ ยังฮิหาได้ ของอยู่ใต้ยังลุ่มวิสัยเสีย

ความหมายนั้น เงินทองนั้นเป็นของนอกกาย ถ้าไม่ตายหาเอาเมื่อไหร่ก็

ได้ แต่คนที่มีน้ำใจ จะหาที่ไหนไม่ได้ ควรจะรักษาน้ำใจกันไว้ การใดที่ทำ

ไปแล้ว ถ้าเป็นการเสียน้ำใจกัน ไม่ควรทำ.


๑๕. ยามเมื่อเป๋นดี มีเก้าป้าสิบป้า เสื้อปุดหลังขาดหน้า มีป้าคนเดียวก็

หาบ่มี.

ความหมาย ยามมั่งมีศรีสุข มีญาติพี่น้องมากมาย แต่พอยากจน ญาติ

พี่น้องก็พากันตีจากไปหมด.


๑๖. งัวควายจ้างม้า ตายแล้วเหลือหนัง

ดูกขนเขายัง เอาไจ้ก๋านได้

จ๋าที่สุดเหลือปุ๋มและไส้ คนยังกิ๋นลำอิ่มต้อง

มนุษย์เฮาตายสหายปี้น้อง ไผบ่ห่วงข้องอาลัย

แม้แต่ดูกพั๊วะ เขายังขว้างไกล

กลัวจักเป็นภัย ผีจักหลอกได้

ความชั่วรีบหนี ความดีรีบใกล้

ต๋ายแล้วจื้อหากตึงยัง.

ความหมาย วัว ควาย ช้าง ม้า เมื่อตายไปแล้ว อวัยวะคือ งา หรือ เขา ก็

ยังมีประโยชน์ มีราคาแพง แต่คนเรานั้น เมื่อตายไปแล้ว ก็มีแต่คุณงาม

ความดี หรือความชั่วเท่านั้นที่โลกกล่าวขวัญถึง.


๑๗.ป้อจายลุกเจ้า หื้อผ่อสี่แจ่งบ้าน

แม่หญิงลุกเจ้า หื้อผ่อสี่แจ่งเฮือน.

ความหมาย ความรับผิดชอบของสามีภรรยานั้น สามีต้องดูแลความเป็น

อยู่ของครอบครัว ส่วนภรรยาต้องดูแลความเป็นไปภายในบ้าน งานการ

ในบ้านต้องเรียบร้อย.


๑๘.อย่าไปนั่งถ้าก๋าน อย่าไปห้อเปิ้นวาน เปิ้นไจ้ไปนอนถ้าไข้ใ

ความหมาย อย่าไปนั่งรองานที่จะทำ มีงานอะไรให้รีบๆทำเสีย.

วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554

ประวัติวัดรัตนาราม(ต้นแก้ว)

ประวัติวัดรัตนาราม(ต้นแก้ว)

วัดรัตนาราม(วัดต้นแก้ว) ตามคำกล่าวของพระอธิการคะนอง ภทฺทวโร เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ท่านบอกว่า เป็นวัดโบราณ มีความเป็นมาย้อนไปถึงปี พ.ศ. ๒๓๓๑ มีอายุกว่า ๒๐๐ ปี เดิมมีชื่อว่า “วัดบ้านต้นตื๋น” เพราะที่หมู่บ้านอันเป็นที่ตั้งของวัดมี”ต้นตื๋น” ขึ้นให้เห็นอยู่ทั่วไปรวมทั้งในบริเวณวัดด้วย  ครั้นกาลต่อมาได้มีคนนำ”ต้นแก้ว”มาปลูกในวัดและต้นแก้วนี้ก็เจริญเติบโตมีขนาดใหญ่มากและก็ส่งกลิ่นหอมไปทั่ว ผู้คนก็เลยเปลี่ยนชื่อจาก ”วัดต้นตื๋น” มาเป็น “วัดต้นแก้ว” ในภายหลังวัดต้นแก้วนี้ได้ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็นภาษาบาลีว่า “วัดรัตนาราม” ซึ่งเป็นคำสมาสและสนธิของคำสองคำ คือ รัตนะ และ อาราม ซึ่งรัตนะ แปลว่า แก้ว อาราม แปลว่า วัด แต่ก็ยังใส่ชื่อเดิมไว้ในวงเล็บหลังชื่อทางการที่เป็นภาษาบาลี  ปัจจุบันก็ยังมีต้นแก้วใหญ่ปรากฏอยู่ที่ข้างต้นโพธิ์หน้ากำแพงวัดให้เห็นเป็นประจักษ์พยานถึงความเป็นมาของชื่อวัด  และประชาชนทั่วไปก็ยังนิยมเรียกชื่อวัดเป็นภาษาปากอย่างเดิมว่า “วัดต้นแก้ว” วัดรัตนาราม(ต้นแก้ว) สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย

ทำเนียบเจ้าอาวาสวัดรัตนาราม(ต้นแก้ว)

ทำเนียบเจ้าอาวาสวัดรัตนาราม(ต้นแก้ว)
     
          ๑. พระครูบามณี  (พ.ศ. ๒๓๓๑-๒๓๕๐)                     
          ๒. พระครูบาธรรม(พ.ศ. ๒๓๕๐-๒๓๗๔)
     
๓. พระครูบาวงศ์ (พ.ศ. ๒๓๗๔-๒๔๑๗)
     
๔. พระครูบาจันต๊ะ(พ.ศ. ๒๔๑๑-๒๔๔๓)

     
๕. พระศรีแก้ว  คนฺธวํโส(พ.ศ. ๒๔๔๓-๒๔๗๑)
     
๖. พระคำมา(พ.ศ. ๒๔๗๑-๒๔๘๔)
     
๗. พระครูวิวิธสังฆภาร(พ.ศ. ๒๔๘๔-๒๕๒๓)
     
๘. พระสิงห์คำ  สุภาจาโร(พ.ศ. ๒๕๒๓-๒๕๒๔
)
     
๙. พระครูปัญญาวชิรธรรม(พ.ศ. ๒๕๒๔-๒๕๕๑
)
    
  ๑๐. พระอธิการคะนอง  ภทฺทวโร(พ.ศ. ๒๕๕๑-ปัจจุบัน)

ประวัติพระครูปัญญาวชิรธรรม(สุมินทร์ ปัญญาวชิโร, รูปดี)

ประวัติพระครูปัญญาวชิรธรรม(สุมินทร์ ปัญญาวชิโร, รูปดี)

พระครูปัญญาวชิรธรรม ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าอาวาสที่นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่วัดรัตนารามเป็นอย่างมาก พระคุณท่านเป็นพระนักเทศน์พระธรรมกถึกฝีปากเอกของอำเภอแม่ริม เป็นพระนักพัฒนาที่หาตัวจับได้ยาก และเป็นเจ้าอาวาสที่โดดเด่นในอำเภอมากเพราะท่านนอกจากจะสำเร็จการศึกษาแบบเก่าคือได้ถึงนักธรรมชั้นเอกแล้วก็ยังมีอุตสาหะเล่าเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลายจากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน และสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี พุทธศาสตรบัณฑิต(เกียรตินิยมอันดับ ๒)จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยอีกด้วย
เพื่อเทิดทูนคุณงามความดีของพระคุณท่านจึงใคร่นำเสนอชีวประวัติ และผลงานของพระคุณท่านดังต่อไปนี้
ประวัติ
พระครูปัญญาวชิรธรรม (สุมินทร์  ปญฺญาวชิโร, รูปดี)
อดีตเจ้าคณะตำบลห้วยทราย-สะลวงอดีตเจ้าอาวาสวัดรัตนาราม (ต้นแก้ว)
สถานะเดิม

พระครูปัญญาวชิรธรรม  นามเดิม  สุมินทร์  ฉายา  ปญฺญาวชิโร  นามสกุล  รูปดี
เป็นบุตรของ  คุณพ่อคำ  รูปดี  และคุณแม่สุก  บุญสม   เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ ธันวาคม  พ.ศ. ๒๔๙๗    บ้านเหมืองผ่า  เลขที่ ๑๗๕  หมู่ ๑  ตำบลริมเหนือ  อำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่
บรรพชา
เมื่อวันพุธที่ ๒๕ พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๑๐    วัดเจดียสถาน  ตำบลริมเหนือ  อำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่   โดยมีพระครูอมรธรรมประยุต (บุญจันทร์  ปุณฺณจนฺมหาเถร ป.ธ.๕)  ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่  เป็นพระอุปัชฌาย์
อุปสมบท
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๔  กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๘  ณ วัดเจดียสถาน  ตำบลริมเหนือ  อำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่  โดยมี  พระเทพวรสิทธาจารย์ (ดวงคำ  ธมฺมทินฺนมหาเถร)  อดีตเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่  เจ้าอาวาสวัดสำเภา  อำเภอเมือง  จังหวัดเชียงใหม่  (ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่  พระอุดมวุฑฒิคุณ)  เป็นพระอุปัชฌาย์พระครูวิวิธสังฆภาร (ศรีเทา  เขมิโย)  อดีตรองเจ้าคณะอำเภอแม่ริม  เจ้าอาวาสวัดรัตนาราม  อำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่  เป็นพระกรรมวาจาจารย์พระครูอมรธรรมประยุต (บุญจันทร์  ปุณฺณจนฺทมหาเถร  ป.ธ.๕)  ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่  เจ้าอาวาสวัดแม่ริม  อำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่  เป็นพระอนุสาวนาจารย์  ได้รับนามฉายาทางพระพุทธศาสนาว่า  ปญฺญาวชิโร  
การศึกษาและวิทยฐานะ
พ.ศ. ๒๕๑๓    สอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก  สำนักเรียนวัดแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่
พ.ศ. ๒๕๔๓    สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน  จังหวัดลำพูน
พ.ศ. ๒๕๕๐    สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี  พุทธศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ ๒)  จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตเชียงใหม่  วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน
ตำแหน่งหน้าที่ทางการปกครองคณะสงฆ์
พ.ศ. ๒๕๑๗    เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม  สำนักเรียนวัดเจดียสถาน  ตำบลริมเหนือ  อำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่
พ.ศ. ๒๕๒๕    ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดรัตนาราม (ต้นแก้ว)  ตำบลริมใต้  อำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่
พ.ศ. ๒๕๒๖    - ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลห้วยทราย-สะลวง  อำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่
                -
เป็นประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลห้วยทราย-สะลวง
พ.ศ. ๒๕๔๐    เป็นกรรมการสอบธรรมสนามหลวงของคณะสงฆ์อำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่
งานเผยแผ่
พ.ศ. ๒๕๒๕    เป็นพระธรรมทูตประจำอำเภอแม่ริม
งานสาธารณูปการ
พ.ศ. ๒๕๒๖    เป็นประธานกรรมการควบคุมการก่อสร้างถาวรวัตถุของคณะสงฆ์  ตำบลห้วยทราย-สะลวง
พ.ศ. ๒๕๔๒    ก่อสร้างวิหาร  เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปของวัด  จำนวน ๑ หลัง
พ.ศ. ๒๕๔๓    สร้างกุฏิกัปปิยภัณฑ์  จำนวน ๑ หลัง
พ.ศ. ๒๕๔๓    บูรณปฏิสังขรณ์หอไตรและศาลาการเปรียญ
เกียรติคุณที่ได้รับ
พ.ศ. ๒๕๓๕    ได้รับเกียรติบัตรของคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่  เป็นเจ้าคณะตำบลผู้มีผลงานดีเด่น  ด้านการปกครอง
พ.ศ. ๒๕๓๘    ได้รับโล่เกียรติคุณของคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่  เป็นพระสังฆาธิการผู้มีผลงานดีเด่น  ด้านการเผยแผ่
พ.ศ. ๒๕๔๐    ได้รับพระราชทานรางวัล  เสมาธรรมจักร  ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา  สาขาการส่งเสริมการพัฒนาชุมชน
สมณศักดิ์
พ.ศ. ๒๕๓๑    ได้รับพระราชทานแต่งตั้งสมณศักดิ์  เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบลชั้นตรี  ในราชทินนามที่  พระครูปัญญาวชิรธรรม
พ.ศ. ๒๕๓๙    ได้รับพระราชทานเลื่อนชั้นพระสังฆาธิการ  เป็นพระครูสัญญาบัตร  เจ้าคณะตำบลชั้นโท  ในราชทินนามเดิม
พ.ศ. ๒๕๔๔    ได้รับพระราชทานเลื่อนชั้นพระสังฆาธิการ  เป็นพระครูสัญญาบัตร  เจ้าคณะตำบลชั้นเอก  ในราชทินนามเดิม
วาระสุดท้ายของชีวิต
เมื่อกลางปี พ.ศ. ๒๕๕๐  สุขภาพร่างกายของหลวงพ่อพระครูปัญญาวชิรธรรม  มีอาการอาพาธเป็นระยะๆ  มีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย  และบริเวณแขน ขา  หลวงพ่อได้เข้ารับการรักษาตามสถานพยาบาลต่างๆ หลายครั้ง  แต่อาการอาพาธก็ไม่หายขาด  เนื่องด้วยทราบแต่เพียงว่าอาพาธเป็นโรคเบาหวาน  จนกระทั่งท่านได้หกล้มและอาเจียนออกมาเป็นเลือด  ศิษยานุศิษย์จึงนำท่านไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  จึงได้ทราบว่าท่านอาพาธด้วยโรคมะเร็งตับ  หลวงพ่อพระครูปัญญาวชิรธรรมจึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  ต่อมาอาการท่านได้ทรุดลงจึงได้นำท่านลงมาห้องฉุกเฉิน  รักษาอาการอาพาธประมาณ ๕ วัน  จนกระทั่งวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑  ท่านพระครูปัญญาวชิรธรรม  ก็ได้ถึงแก่มรณภาพด้วยอาการสงบ  ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของคณะศิษยานุศิษย์  และคณะศรัทธาวัดรัตนารามเป็นอย่างยิ่ง   สิริรวมอายุได้ ๕๓ ปี  พรรษา ๓๓